สวัสดีครับ
โปรแกรม และซอฟต์แวร์ต่างๆ จะพัฒนาได้ ก็ต้องมีคนนำมาใช้กัน และ คนที่ใช้ได้นาน ๆ เพราะมันน่าใช้ ผลิตครั้งเดียว ครอบคลุมทุก ความต้องการ อย่างน้อย ก็มีช่องทางในการพัฒนาเพิ่มเติม หรือมีทางเลือกให้กับผู้ใช้ แต่ผมว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้อง สำรวจถึงความต้องการก่อน โปรแกรมหลาย ๆตัวเกิดขึ้น โดยไม่ถามความต้องการผู้ใช้ มีรูปแบบการใช้ที่เกินความจำเป็น เมื่อต้องตัดออก เปลี่ยนแปลง แต่ละรุ่น หาคนที่มาทำต่อยาก เพราะไม่เอื้อต่อการพัฒนา
การพัฒนาโปรแกรม ไม่มีหลักการที่ตายตัว ดิ้นได้ตามผู้คิด ผู้พัฒนา การพัฒนาโครงสร้าง และวิเคราะห์ก่อน ลงมือ เป็นสิ่งที่สำคัญพอ ๆ กับการสร้าง(ผมว่ามีความสำคัญกว่าการสร้างด้วยซ้ำ) โปรเจ็คหลายโปรเจ็คตายหรืออายุสั้นมามากมายแล้ว สำหรับ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่เมื่อระบบทำเสร็จแล้ว ส่วนนี้เป็นประสบการณ์อย่างหนึ่งของผม แม้แต่ทำโปรเจ็คตอนศึกษา เข้าทำงาน รับงาน สุดท้ายก็เจอเหตุการณ์แบบนี้จนได้ มันเคยเกิดขึ้นตอนศึกษาแล้ว เชื่อเถอะมันยังเกิดขึ้นอีก หากขาดการวางแผนโปรเจ็คที่ดี
วันนี้เข้ามา update เนื้อหานิดหน่อย ไม่ได้เครียดอะไรครับ หลายวันแล้วที่ผมติดตั้ง Drupal ไว้ที่เว็บ pattayasoft.com แต่ไม่เคยสนใจมันเลย จนถึงวันที่จะ update เนื้อหา ไปไม่ถูกเลยครับ เพราะขาดเครื่องมือในการเขียนเนื้อหาประเภท WYSIWYG ก็ลองไปดู ปรากฏว่ามันได้ออกมาให้ใช้นานแล้ว จึง update เลย ดีกว่าไม่มีเครื่องมือใด ๆ ใช้ครับ
ต้องเล่าก่อน คือมันเป็นอย่างนี้ครับ
สำหรับการเขียนเนื้อหาบนเว็บแล้ว มีลักษณะแบบ การเขียนแบบ พิมพ์แบบใดแล้วได้แบบนั้น กับการบันทึกเป็นโค้ด HTML จริงแล้วสำหรับคนใช้เครื่องมือจำพวกสร้าง web ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ แต่ลองนึกภาพว่า เราไป update เนื้อหาเราที่อื่น ที่ไม่ใช้เครื่องเรา แล้วเราจะมีโปรแกรมประเภทนี้ให้เราใช้หรือเปล่า นี่ล่ะมันสะดวกแบบนี้แล
ขอบคุณครับ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าความเป็นกลางนั้น เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมและความสงบสุข ถ้าหากทุกคนคิดและทำอะไรในลักษณะที่เป็นกลาง ไม่อคติลำเอียงแล้ว ความเดือดร้อน วุ่นวายทั้งหลายย่อมไม่เกิดขึ้น ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะผู้พิพากษาในโอกาสที่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ครั้งแรก ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต วันพฤหัสบดีที่ ๔ กันยายน ๒๕๒๙ "……ความเป็นกลาง นั้น อาจจะใช้คำว่าอุเบกขาก็ได้ แต่อุเบกขาโดยมากไปถือว่าเป็นความ นิ่งเฉย เป็นความไม่รับรู้ หรือเป็นความเรียกว่าความโง่ด้วยซ้ำ แต่ความจริงคำว่าอุเบกขาหรือความเป็นกลาง ไม่ได้หมายความว่านิ่งเฉย หรือไม่รับฟังใดๆ ตรงกันข้ามจะต้องรับฟัง แต่วิธีรับฟังนั้นทั้งฟัง ทั้งดู ทั้งรู้สึก อะไรจะต้องรู้ต้องฟังต้องดู แล้วนำสิ่งที่ฟังนั้นมาพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่างที่เรียกว่าเป็นกลาง….." พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า แต่ว่าในคนทุกคนมีสิ่งที่สำคัญคือ ไม่เป็นกลาง เพราะว่าโดยมากคนเราก็ต้องเข้าข้างตัวเอง ด้วยความไม่รู้ก็ตาม หรือด้วยความไม่ตั้งใจก็ตาม แม้แต่ความรู้ของตัว เช่น วิชาความรู้ที่มีอยู่ในตัวบางทีไม่ถูกก็ได้ เพราะว่าไม่ถูกกับสถานการณ์นั้นๆ จึงต้องทำจิตใจให้เป็นกลาง หมายความว่าเป็นกลางนี้ จะต้องฟังจะต้องคิดและจะต้องปราศจากอคติ "……อคติ นี่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ทำให้คนเราทำความผิดหรือผิดพลาดได้ง่าย เพราะว่าอคตินี้เป็นการไปที่ไม่ถูก หมายความว่าเวลาเราเจออะไร ฟังอะไร จะไปตามเหตุการณ์นั้นทันทีโดยไม่พิจารณา ถ้าหากพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่า มันเป็นทางที่ควรไปหรือไม่ควรไป คำว่า ไปนี้ก็ไม่ใช่ว่าเดินไป แต่หมายถึงเดินขบวนทางความคิดไปในทางที่ไม่ถูก อคตินั้นก็มาจากหลายอย่าง มาจากกิเลสต่างๆ ที่มีคือความโลภ ความโกรธ ความกลัว หรือความไม่รู้ ไม่ชอบใจ ไม่พอใจ….."
แหล่งที่มา : www.thaisnews.com
บทความ สาระ ธรรมะ น่าอ่าน
ชีวิต นี้ต้องการอะไรกันแน่ ลองถามตัวเองดูว่า ชีวิตนี้....เราต้องการอะไร เพราะตั้งแต่เกิดมาเราไม่เคยหยุดนิ่ง เราเล่าเรียน รับปริญญาทำงาน มีครอบครัว เราทำทุกสิ่งทุกอย่าง เราวิ่งไปวิ่งมาเสมอ แม้ในวันนี้....เราก็ยังวิ่งไปวิ่งมาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเราต้องการอะไร กันแน่ เราไม่เคยเต็มอิ่มในสิ่งที่มี ไม่เคยพอใจหรือหยุดเฉยในสิ่งใดเลย เราต้องการจะกระทำสิ่งอื่น ๆ ต่อไปอีกโดยไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด การที่เป็นเช่นนี้เราต้องการอะไร ถึงเราจะเพียบพร้อมไปด้วยทรัพย์ ยศ บริวาร หรือใครจะทำชื่อเสียงให้เราสักเท่าใด เราก็ไม่เคยคิดว่าจะหยุดดิ้นรนขวนขวายเพียงเท่านั้น เรายังกระเสือกกระสนดิ้นรนต่อไปอีก ไม่มีวันสิ้นสุดลองนึกภาพย้อนหลังดูให้ดี เมื่อเรายังเล็กเป็นเด็กน้อย เราต้องการอย่างหนึ่ง ไม่เหมือนกับเราที่ต้องการในบัดนี้ ครั้นเป็นหนุ่มสาว ต้องการต่างจากเมื่อเป็นเด็กไปอีกอย่างหนึ่งครั้นเมื่อมีอายุเป็นผู้ใหญ่ วัยกลางคนเราเปลี่ยนความต้องการไปอีกอย่างหนึ่ง กระทั่งเราเป็นคนสูงอายุ เราก็เปลี่ยนความต้องการอยู่เสมอและหากว่า....เราสามารถมีอายุยืนยาวเป็น พันเป็นหมื่นปีได้จริง ๆเราก็คงต้องเปลี่ยนความต้องการของเราต่อไปในทุก ๆ ช่วงของชีวิตอย่างไม่มีวันสิ้นสุดเป็นแน่....ลองย้ำถามตัวเองดูว่า.... ชีวิตนี้....เราต้องการอะไรกันแน่
แหล่งที่มา : www.mindcyber.com
ถามตัวเองว่า ...เรากำลังทำอะไรอยู่!!! ท่องไว้ สติ เราอ่านธรรมะ บทหนึ่ง เราได้อะไรดี ๆ กลับมา...
more...